จุดที่คนคิดผิดกันมากที่สุด: ฐานของภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากมูลค่าสินค้าหรือบริการก่อน VAT ไม่ใช่จากยอดรวมที่มี VAT อยู่แล้ว เหตุผลอยู่ที่ธรรมชาติของภาษีสองตัวนี้ซึ่งต่างกันคนละเรื่อง — VAT ไม่ใช่รายได้ของผู้รับเงิน แต่เป็นเงินที่เก็บแทนรัฐแล้วนำส่งต่อ ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายคือการจ่ายภาษีเงินได้ล่วงหน้า จึงต้องคิดจากตัวเงินได้จริง การเอาสองอย่างมาคูณทับกันทำให้ผู้รับเงินถูกหักเกินไปโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
| รายการ | คิดถูก (ฐานก่อน VAT) | คิดผิด (ฐานรวม VAT) |
|---|---|---|
| มูลค่าบริการก่อน VAT | 100,000.00 | 100,000.00 |
| VAT 7% | 7,000.00 | 7,000.00 |
| ยอดใบแจ้งหนี้ | 107,000.00 | 107,000.00 |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% | 3,000.00 | 3,210.00 |
| ยอดที่ได้รับจริง | 104,000.00 | 103,790.00 |
ต่างกัน 210 บาทในใบเดียว ฟังดูไม่มาก แต่ฟรีแลนซ์ที่ออกใบแจ้งหนี้เดือนละสามสี่ใบจะพบว่า ทั้งปีหายไปหลักพัน และปัญหาที่หนักกว่าเงินคือตัวเลขในหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายจะไม่ตรง กับที่ผู้จ่ายนำส่งกรมสรรพากร ทำให้ตอนยื่นภาษีประจำปีเครดิตภาษีที่ขอคืนได้ไม่ตรงกับเอกสาร
สูตรทั้งสามโหมดในหน้าเดียว
ให้ B คือมูลค่าก่อน VAT · v คืออัตรา VAT (0.07) · w คืออัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
| โหมด | รู้อะไร | สูตร |
|---|---|---|
| บวก VAT | มูลค่าก่อน VAT | ยอดใบแจ้งหนี้ = B × (1 + v) หัก ณ ที่จ่าย = B × w รับจริง = B × (1 + v − w) |
| ถอด VAT | ยอดรวม VAT แล้ว | B = ยอดรวม ÷ (1 + v) VAT = ยอดรวม − B |
| คิดย้อนกลับ | ยอดที่อยากรับจริง (N) | B = N ÷ (1 + v − w) |
โหมดคิดย้อนกลับคือโหมดที่ใช้ตอนลูกค้าบอกว่า “อยากให้พี่ได้รับเท่านี้” แล้วเราต้องหาว่า ต้องตั้งยอดในใบแจ้งหนี้เท่าไรถึงจะพอดี ตัวหารคือ 1.04 เมื่อถูกหัก 3% (มาจาก 1 + 0.07 − 0.03) ซึ่งคนมักเผลอใช้ 1.07 แล้วค่อยหักออกทีหลัง ซึ่งให้คำตอบคนละตัว
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย
| อัตรา | ใช้กับอะไร |
|---|---|
| 1% | ค่าขนส่ง (ที่ไม่ใช่การขนส่งสาธารณะ) และเบี้ยประกันวินาศภัย |
| 2% | ค่าโฆษณาที่จ่ายให้บริษัทรับทำโฆษณา |
| 3% | ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าวิชาชีพอิสระ — อัตราที่ฟรีแลนซ์และผู้รับเหมาเจอบ่อยที่สุด |
| 5% | ค่าเช่าทรัพย์สิน รางวัลจากการประกวดแข่งขันชิงโชค และค่าจ้างนักแสดงสาธารณะ |
| 10% | เงินปันผลและเงินส่วนแบ่งกำไร |
| 15% | ดอกเบี้ยที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา |
ตารางนี้เป็นอัตราที่พบในงานทั่วไป ไม่ใช่รายการครบทุกกรณีตามกฎหมาย บางประเภทเงินได้มีอัตราต่างกันระหว่างผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล และบางกรณีมีเงื่อนไขเฉพาะ ถ้ายอดสูงหรือเป็นรายการที่ไม่ชัดเจน ควรถามผู้ทำบัญชีก่อนออกเอกสาร เครื่องมือนี้จึงมีช่องให้กรอกอัตราเองด้วย
ใครเป็นคนหัก และหักเมื่อไร
หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับ และผู้จ่ายที่มีหน้าที่นี้ โดยทั่วไปคือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ถ้าลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาที่จ้างงานกันเองทั่วไป จะไม่มีการหัก ณ ที่จ่าย — ยอดที่ได้รับจึงเท่ากับยอดในใบแจ้งหนี้เต็มจำนวน
สำหรับค่าบริการและค่าจ้างทำของ เกณฑ์ที่ใช้กันคือยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จุดที่คนเข้าใจผิดคือคิดว่านับจากยอดที่จ่ายแต่ละครั้ง ความจริงคือนับยอดรวมทั้งสัญญา งานมูลค่า 12,000 บาทที่แบ่งจ่าย 12 งวด งวดละ 1,000 บาท ยังต้องหักทุกงวด เพราะสัญญาทั้งฉบับเกินเกณฑ์ไปแล้ว
ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียน VAT
ผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ไม่ได้และออกใบกำกับภาษีไม่ได้ ใบแจ้งหนี้จึงมีแค่ค่าบริการล้วน ๆ แต่ยังถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ในหน้านี้ให้กดปุ่ม “ยังไม่ได้จดทะเบียน” แล้วบรรทัด VAT จะหายไปทั้งบรรทัด
เกณฑ์ที่ทำให้ต้องจดทะเบียนคือรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนับจากยอดทั้งปี ไม่ใช่ยอดใบเดียว หน้านี้จึงได้แค่เตือน ตัดสินแทนไม่ได้ ถ้าใกล้เส้นควรคุยกับผู้ทำบัญชีล่วงหน้า เพราะการจดช้ากว่ากำหนดมีเบี้ยปรับ
ตัวอย่างที่เจอบ่อย
| สถานการณ์ | ก่อน VAT | ใบแจ้งหนี้ | ถูกหัก | รับจริง |
|---|---|---|---|---|
| ค่าออกแบบ 50,000 จด VAT หัก 3% | 50,000.00 | 53,500.00 | 1,500.00 | 52,000.00 |
| ค่าเช่าออฟฟิศ 20,000 หัก 5% | 20,000.00 | 21,400.00 | 1,000.00 | 20,400.00 |
| ฟรีแลนซ์ไม่จด VAT ค่าจ้าง 30,000 หัก 3% | 30,000.00 | 30,000.00 | 900.00 | 29,100.00 |
| อยากรับสุทธิ 10,000 จด VAT หัก 3% | 9,615.38 | 10,288.46 | 288.46 | 10,000.00 |
เอกสารที่ต้องขอกลับมาทุกครั้ง
เมื่อถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ที่มักเรียกกันว่าใบ 50 ทวิ) ให้ทุกครั้ง เอกสารใบนี้คือหลักฐานว่าคุณจ่ายภาษีล่วงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่ได้เก็บไว้ ตอนยื่นภาษีประจำปีจะพิสูจน์ยอดที่ถูกหักไม่ได้ และเสียสิทธิ์ขอคืนไปเปล่า ๆ
เงินที่ถูกหักไปไม่ได้หายไปไหน มันคือภาษีที่จ่ายล่วงหน้า พอสิ้นปีเอายอดทั้งหมดไปหักกับภาษีที่ต้องเสียจริง ถ้าถูกหักไว้มากกว่าที่ต้องเสีย ส่วนต่างจะกลายเป็นยอดขอคืน คำนวณต่อได้ที่ หน้าคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เรื่องการปัดเศษที่ควรรู้
เอกสารภาษีแสดงตัวเลขที่ทศนิยม 2 ตำแหน่ง เครื่องมือนี้จึงปัดทุกบรรทัดเป็นสตางค์ แล้วคำนวณบรรทัดถัดไปจากค่าที่ปัดแล้ว เพื่อให้ตัวเลขที่เห็นบวกลบกันแล้วลงตัวจริง เอาไปกรอกใบกำกับภาษีได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งไล่ว่าทำไมยอดไม่ตรง
ผลข้างเคียงคือในโหมดคิดย้อนกลับ ยอดรับจริงอาจต่างจากเป้าหมายไป 1–2 สตางค์ ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ในระบบที่ปัดเป็นสตางค์ หน้านี้จะบอกส่วนต่างนั้นออกมาตรง ๆ แทนที่จะซ่อนไว้
อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 79 (ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม) · มาตรา 3 เตรส ประกอบคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย) · มาตรา 85/1 (หน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) · อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เป็นอัตราที่ลดลงจาก 10% ตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งต่ออายุเป็นช่วง ๆ เนื้อหาในหน้านี้เรียบเรียงด้วยถ้อยคำของเราเอง ไม่ใช่ตัวบทกฎหมาย และไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเป็นรายกรณี
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากยอดก่อน VAT หรือหลัง VAT
คิดจากยอดก่อน VAT เสมอ เพราะ VAT ไม่ใช่รายได้ของผู้รับเงิน แต่เป็นภาษีที่เก็บแทนรัฐแล้วนำส่งต่อ ค่าบริการ 100,000 บาท บวก VAT เป็น 107,000 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ต้องเป็น 3,000 บาท ไม่ใช่ 3,210 บาท
ถอด VAT ออกจากยอดรวมคิดอย่างไร
เอายอดรวมหารด้วย 1.07 จะได้มูลค่าก่อน VAT ส่วนที่เหลือคือ VAT เช่นยอดรวม 10,700 บาท หารด้วย 1.07 ได้ 10,000 บาท VAT จึงเป็น 700 บาท ข้อควรระวังคืออย่าเอายอดรวมคูณ 7% เพราะจะได้ 749 บาท ซึ่งมากเกินไป
อยากได้รับเงินสุทธิเท่าที่ตกลงไว้ ต้องออกใบแจ้งหนี้เท่าไร
เอายอดที่อยากรับหารด้วย 1.07 ลบอัตราหัก ณ ที่จ่าย อยากรับสุทธิ 10,000 บาทและถูกหัก 3% ให้หารด้วย 1.04 ได้ฐานก่อน VAT 9,615.38 บาท ยอดใบแจ้งหนี้จึงเป็น 10,288.46 บาท ถูกหัก 288.46 บาท เหลือรับจริง 10,000 บาทพอดี — กดโหมด “คิดย้อนกลับ” ด้านบนได้เลย
ยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ต้องคิด VAT ไหม
ไม่ต้อง และเรียกเก็บไม่ได้ด้วย ผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนออกใบกำกับภาษีไม่ได้ตามกฎหมาย แต่ยังถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ ผู้มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน
ยอดเท่าไรถึงต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
ค่าบริการและค่าจ้างทำของที่ยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป โดยนับยอดทั้งสัญญา ไม่ใช่นับเฉพาะครั้งที่จ่าย การแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยจึงไม่ทำให้พ้นหน้าที่หัก ส่วนผู้จ่ายที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปไม่มีหน้าที่หัก
ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ได้คืนไหม
ได้ เพราะเป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่หายไป เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกใบ แล้วนำยอดรวมไปกรอกตอนยื่นแบบประจำปี ถ้าถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง ส่วนต่างจะกลายเป็นยอดขอคืน