ปัญหาของป้ายลดราคาไม่ใช่ว่ามันโกหก แต่คือมันเขียนคนละหน่วยกัน บางป้ายบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ บางป้ายบอกเป็นจำนวนชิ้น บางป้ายบอกเป็นราคาเหมา ยืนอยู่หน้าชั้นแล้วเทียบด้วยตาจึงเทียบไม่ได้จริง ๆ ไม่ใช่เพราะคิดเลขไม่เก่ง
วิธีแก้มีขั้นตอนเดียว คือแปลงทุกป้ายให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อนแล้วค่อยเทียบ บทความนี้แปลงป้ายที่เจอบ่อยในไทย 9 แบบให้ดูจนครบ
ตัวเลขทุกตัวคำนวณจาก public/assets/discount.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณส่วนลด ของเว็บนี้ใช้ ไม่ได้พิมพ์จากความจำ
สูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกป้าย
ไม่ว่าป้ายจะเขียนแบบไหน คำถามที่ตอบได้เสมอมีแค่สองข้อ คือของที่ได้กลับบ้านราคาป้ายรวมเท่าไร กับจ่ายเงินไปเท่าไร เอาสองตัวนี้มาเทียบกันก็ได้เปอร์เซ็นต์จริง
ข้อสำคัญคือตัวหารต้องเป็นราคาป้ายของของทุกชิ้นที่ได้กลับบ้าน รวมของแถมด้วย เพราะของแถมก็มีราคาป้ายของมัน ถ้าไม่นับเข้าไปจะได้ตัวเลขที่ต่ำกว่าความจริง
ใช้ของราคาป้าย 259 บาทต่อชิ้นเป็นตัวอย่างเดียวตลอดบทความ
ป้ายที่เจอบ่อยในไทย เรียงตามที่ลดจริง
| ป้าย | ได้ของ | ราคาป้ายรวม | จ่ายจริง | ลดจริง |
|---|---|---|---|---|
| ลด 50% | 1 | 259.00 | 129.50 | 50.00% |
| ซื้อ 1 แถม 1 | 2 | 518.00 | 259.00 | 50.00% |
| ชิ้นที่ 2 ราคา 1 บาท | 2 | 518.00 | 260.00 | 49.81% |
| ชิ้นที่ 2 ลด 80% | 2 | 518.00 | 310.80 | 40.00% |
| ลด 30% แล้วลดอีก 10% | 1 | 259.00 | 163.17 | 37.00% |
| ซื้อ 2 แถม 1 | 3 | 777.00 | 518.00 | 33.33% |
| ชิ้นที่ 2 ลด 50% | 2 | 518.00 | 388.50 | 25.00% |
| ซื้อ 3 แถม 1 | 4 | 1,036.00 | 777.00 | 25.00% |
| 2 ชิ้น 399 | 2 | 518.00 | 399.00 | 22.97% |
สามอย่างที่โผล่ออกมาทันทีที่เรียงเสร็จ
อย่างแรก ซื้อ 1 แถม 1 กับ ลด 50% เท่ากันเป๊ะ ไม่ใช่ใกล้เคียง แต่เท่ากันทางคณิตศาสตร์ จ่ายค่าของหนึ่งชิ้นแล้วได้สองชิ้น คือจ่ายครึ่งราคาต่อชิ้นพอดี
อย่างที่สอง ชิ้นที่ 2 ลด 50% ลดจริง 25% เป็นครึ่งเดียวของตัวเลขที่ป้ายทำให้รู้สึก เพราะส่วนลดนั้นใช้กับของชิ้นเดียวจากสองชิ้นที่ต้องซื้อ ป้ายนี้เป็นป้ายที่ระยะห่างระหว่างความรู้สึกกับความจริงกว้างที่สุดในตาราง
อย่างที่สาม ป้ายที่ดูเป็นดีลใหญ่ที่สุดกลับอยู่ล่างสุด ป้าย "2 ชิ้น 399" ให้ราคาเหมาซึ่งอ่านแล้วรู้สึกว่าคุ้ม แต่ลดจริง 22.97% น้อยที่สุดในตารางทั้งหมด ป้ายแบบนี้ซ่อนเปอร์เซ็นต์ได้มิดที่สุดเพราะไม่ได้เขียนเปอร์เซ็นต์ไว้เลย
สองป้ายที่ลด 50% เท่ากัน แต่จ่ายต่างกันเท่าตัว
ตารางข้างบนตอบว่าลดกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่ตอบคำถามที่สำคัญกว่าสำหรับคนที่ยืนอยู่หน้าชั้นจริง ๆ คือเงินจะออกจากกระเป๋าเท่าไร
สมมติว่าต้องการของแค่ชิ้นเดียว
| ป้าย | ลดจริง | จ่าย | ได้ของ | เกินที่ต้องการ |
|---|---|---|---|---|
| ลด 50% | 50.00% | 129.50 | 1 | — |
| ซื้อ 1 แถม 1 | 50.00% | 259.00 | 2 | 1 ชิ้น |
| ชิ้นที่ 2 ลด 50% | 25.00% | 388.50 | 2 | 1 ชิ้น |
| ซื้อ 2 แถม 1 | 33.33% | 518.00 | 3 | 2 ชิ้น |
สองแถวบนมีเปอร์เซ็นต์เท่ากันเป๊ะ แต่เงินที่ต้องจ่ายต่างกัน 129.50 บาท หรือเท่าตัวพอดี
นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งในตัวเลข ทั้งสองบรรทัดถูกทั้งคู่ มันแค่ตอบคนละคำถาม เปอร์เซ็นต์บอกว่าของที่ได้มาคุ้มแค่ไหนต่อชิ้น ส่วนยอดจ่ายบอกว่าคืนนี้เงินหายไปจากบัญชีเท่าไร โปรที่บังคับให้ซื้อเพิ่มทำให้สองอย่างนี้เดินสวนทางกันเสมอ
กฎที่ใช้ได้จริงคือ ส่วนลดจะเป็นเงินที่ประหยัดได้ ก็ต่อเมื่อของที่ได้มาเป็นของที่จะได้ใช้จริง ถ้าไม่ได้ใช้ ของชิ้นที่สองไม่ใช่ส่วนลด มันคือของที่จ่ายเงินซื้อในราคาป้ายเต็มโดยเรียกชื่อใหม่ว่าของแถม
เกณฑ์ตัดสินหน้าชั้นจึงไม่ใช่ "ป้ายไหนลดเยอะกว่า" แต่เป็น "ถ้าไม่มีโปรนี้ จะซื้อสองชิ้นอยู่แล้วไหม" ถ้าคำตอบคือใช่ ซื้อ 1 แถม 1 คุ้มเท่าลด 50% ถ้าคำตอบคือไม่ ลด 50% ชนะขาด
ป้ายซื้อครบลด ยิ่งซื้อเยอะยิ่งลดน้อย
ป้าย "ซื้อครบ 500 ลด 100" ทำงานกลับทางกับป้ายเปอร์เซ็นต์ เพราะส่วนลดเป็นจำนวนเงินคงที่ แต่ตัวหารโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามยอดที่ซื้อ
| ซื้อ | จ่าย | ลดจริง |
|---|---|---|
| 500 | 400 | 20.00% |
| 600 | 500 | 16.67% |
| 700 | 600 | 14.29% |
| 900 | 800 | 11.11% |
| 1,200 | 1,100 | 8.33% |
จุดที่คุ้มที่สุดของโปรแบบนี้คือยอดที่แตะเกณฑ์พอดี ทุกบาทที่ซื้อเกินจากนั้นคือการซื้อในราคาเต็มที่ไปเจือจางเปอร์เซ็นต์ให้ต่ำลง ซึ่งตรงข้ามกับความรู้สึกที่ป้ายสร้างว่ายิ่งซื้อยิ่งได้เยอะ
แต่มีอีกด้านที่ต้องพูดให้ครบ ถ้าตะกร้าอยู่ที่ 430 บาทแล้วเติมของที่จะได้ใช้จริงอีก 70 บาทให้ครบ 500 จะจ่าย 400 บาท ซึ่งน้อยกว่าจ่าย 430 บาทตอนไม่เติม ทั้งที่ได้ของเพิ่มมาด้วย กรณีนี้การเติมคุ้มชัดเจน เงื่อนไขเดียวคือของที่เติมต้องเป็นของที่อยากได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ของที่หยิบมาเพื่อให้ครบเกณฑ์
วิธีคิดในหัวหน้าร้านใน 5 วินาที
ไม่ต้องจำตารางทั้งหมด จำสามบรรทัดนี้พอ
- ซื้อ n แถม 1 → ลดจริง = 1 ÷ (n+1) · ซื้อ 1 แถม 1 คือ 1/2 = 50% · ซื้อ 2 แถม 1 คือ 1/3 = 33% · ซื้อ 3 แถม 1 คือ 1/4 = 25%
- ชิ้นที่ 2 ลด x% → ลดจริง = x ÷ 2 · ลด 50% เหลือ 25% · ลด 80% เหลือ 40%
- ราคาเหมา → ต้องรู้ราคาป้ายต่อชิ้นก่อน ไม่มีทางลัด ถ้าป้ายไม่บอกราคาปกติ นั่นเป็นสัญญาณในตัวมันเอง
สองบรรทัดแรกครอบป้ายส่วนใหญ่ที่เจอในร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาได้เกือบหมด ส่วนเคสที่หน่วยผสมกันหรือมีส่วนลดซ้อนกันหลายชั้น กรอกลง เครื่องคำนวณส่วนลด เร็วกว่าคิดในหัว โหมดคิดย้อนกลับของหน้านั้นรับราคาเดิมกับราคาใหม่แล้วบอกเปอร์เซ็นต์จริงให้ ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ทำตารางทุกตารางในบทความนี้
ที่บทความนี้ไม่ได้พูดถึง
ตัวเลขทั้งหมดคิดจากราคาป้ายล้วน ไม่ได้รวมคูปองส่วนลดของแอป เงินคืนบัตรเครดิต หรือแต้มสะสม ซึ่งมาทับกันได้อีกชั้นและมักเป็นตัวที่พลิกอันดับในตารางจริง
โปรของแถมส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าของแถมต้องเป็นชิ้นที่ราคาเท่ากันหรือถูกกว่า ถ้าเลือกของสองชิ้นราคาไม่เท่ากัน เปอร์เซ็นต์จริงจะต่ำกว่าตารางนี้ ต้องคิดจากราคาป้ายจริงของทั้งสองชิ้น
ส่วนเรื่องส่วนลดคิดก่อนหรือหลัง VAT และเรื่องร้านที่ขึ้นราคาก่อนติดป้ายลด สองเรื่องนั้นอธิบายไว้แล้วในหน้า เครื่องคำนวณส่วนลด จึงไม่เขียนซ้ำที่นี่
สุดท้าย บทความนี้ไม่ได้บอกว่าโปรแบบไหนควรซื้อ มันบอกแค่ว่าแต่ละป้ายลดจริงเท่าไร ส่วนคำถามว่าของชิ้นที่สองจะได้ใช้หรือไม่ มีแต่คนที่ยืนอยู่หน้าชั้นเท่านั้นที่ตอบได้
ที่มา: เปอร์เซ็นต์ทุกตัวในบทความคำนวณจาก public/assets/discount.js ด้วยฟังก์ชัน reverse() (เทียบราคาป้ายรวมกับเงินที่จ่ายจริง) และ forward() สำหรับเคสลดซ้อนลด ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณส่วนลด ใช้ และมีชุดทดสอบคุมอยู่ · รูปแบบป้ายที่ยกมาเป็นรูปแบบที่พบทั่วไปในร้านค้าปลีกไทย ไม่ได้อ้างอิงโปรโมชันของร้านใดร้านหนึ่ง และไม่ใช่ราคาจริงของสินค้าใด · ราคาป้าย 259 บาทเป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้เทียบกันได้ · ตรวจล่าสุด 6 กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อ 1 แถม 1 กับ ลด 50% อันไหนคุ้มกว่า
เปอร์เซ็นต์เท่ากันเป๊ะที่ 50% ทั้งคู่ เพราะจ่ายค่าของหนึ่งชิ้นแล้วได้สองชิ้นคือจ่ายครึ่งราคาต่อชิ้นพอดี แต่เงินที่ออกจากกระเป๋าไม่เท่ากัน ของราคาป้าย 259 บาท ถ้าต้องการชิ้นเดียว ป้ายลด 50% จ่าย 129.50 บาท ส่วนซื้อ 1 แถม 1 ต้องจ่าย 259 บาท แพงกว่าเท่าตัวเพื่อของที่อาจไม่ได้ใช้ ถ้าจะซื้อสองชิ้นอยู่แล้วสองป้ายนี้คุ้มเท่ากัน ถ้าต้องการชิ้นเดียวป้ายลด 50% ชนะขาด
ชิ้นที่ 2 ลด 50% ลดจริงกี่เปอร์เซ็นต์
ลดจริง 25% เป็นครึ่งเดียวของตัวเลขบนป้าย เพราะส่วนลดใช้กับของชิ้นเดียวจากสองชิ้นที่ต้องซื้อ ของราคาป้าย 259 บาทสองชิ้นราคาเต็ม 518 บาท จ่ายจริง 388.50 บาท ประหยัด 129.50 บาท คิดเป็น 25% ของราคาเต็ม สูตรลัดคือเอาเปอร์เซ็นต์บนป้ายหารสอง
ซื้อ 2 แถม 1 ลดจริงกี่เปอร์เซ็นต์
ลดจริง 33.33% ไม่ใช่ 50% เพราะจ่ายค่าของสองชิ้นแล้วได้สามชิ้น สูตรทั่วไปของโปรแบบซื้อ n แถม 1 คือ 1 หารด้วย n บวกหนึ่ง ดังนั้นซื้อ 1 แถม 1 ได้ 50% ซื้อ 2 แถม 1 ได้ 33.33% และซื้อ 3 แถม 1 ได้ 25%
ป้ายราคาเหมาแบบ 2 ชิ้น 399 คุ้มไหม
ต้องรู้ราคาป้ายต่อชิ้นก่อนถึงจะตอบได้ ถ้าราคาปกติชิ้นละ 259 บาท สองชิ้นเต็มราคา 518 บาท จ่าย 399 บาทคือลดจริง 22.97% ซึ่งน้อยกว่าทั้งซื้อ 1 แถม 1 และชิ้นที่ 2 ลด 80% ป้ายราคาเหมาซ่อนเปอร์เซ็นต์ได้มิดที่สุดเพราะไม่ได้เขียนเปอร์เซ็นต์ไว้เลย ถ้าป้ายไม่บอกราคาปกติควรถือเป็นสัญญาณให้เช็กราคาก่อน
ซื้อครบ 500 ลด 100 ควรซื้อให้เกินเกณฑ์ไหม
ไม่ควรซื้อเกินเพื่อจะได้ลดมากขึ้น เพราะส่วนลดเป็นเงินคงที่ ยิ่งซื้อเยอะเปอร์เซ็นต์ยิ่งต่ำ ซื้อพอดี 500 บาทลดจริง 20% ซื้อ 700 บาทเหลือ 14.29% และซื้อ 1,200 บาทเหลือ 8.33% จุดคุ้มที่สุดคือยอดที่แตะเกณฑ์พอดี แต่ถ้าตะกร้าอยู่ที่ 430 บาทแล้วเติมของที่จะได้ใช้จริงอีก 70 บาทให้ครบ 500 จะจ่าย 400 บาท ซึ่งน้อยกว่าจ่าย 430 บาทตอนไม่เติม กรณีนั้นการเติมคุ้ม