มีเงินก้อนแล้วอยากปิดค่างวดรถให้จบ คนส่วนใหญ่เดินเข้าไปถามยอดโดยคิดว่าคำตอบคือเงินต้นที่ยังเหลือ พอได้ตัวเลขจริงกลับสูงกว่านั้นเป็นหมื่น และในบางจังหวะ ถ้าผ่อนต่ออีกงวดเดียวแล้วค่อยปิด จะจ่ายรวมทั้งดีลน้อยลงจริง ๆ
สองเรื่องนี้มาจากรากเดียวกัน คือสัญญาเช่าซื้อรถไม่ได้คิดดอกเบี้ยแบบเดียวกับสินเชื่อบ้าน ความรู้เรื่องโปะบ้านที่คนไทยคุ้นเคยจึงย้ายมาใช้กับรถไม่ได้เลย
บทความนี้ไล่ตัวเลขให้ดูทีละงวดจากเคสเดียว ทุกบรรทัดคำนวณออกมาจาก public/assets/loan.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ ของเว็บนี้ใช้ ไม่ได้พิมพ์จากความจำ
ยอดปิดบัญชีไม่ใช่เงินต้นคงเหลือ
สินเชื่อบ้านคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ผ่อนไปเงินต้นลด ดอกเบี้ยก็ลดตาม ปิดหนี้วันไหนก็จ่ายเท่าที่เหลือ ไม่มีดอกเบี้ยของอนาคตค้างอยู่
เช่าซื้อรถคิดคนละแบบ ดอกเบี้ยทั้งก้อนถูกคำนวณจบตั้งแต่วันเซ็นสัญญา โดยเอาเงินต้นเต็มจำนวนคูณอัตราคูณจำนวนปี แล้วบวกเข้าไปในยอดหนี้เลย ค่างวดที่ผ่อนทุกเดือนจึงเป็นการทยอยจ่ายก้อนที่ถูกล็อกไว้แล้ว ไม่ใช่การจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงในเดือนนั้น
ใช้เคสนี้ตลอดบทความ ยอดจัดไฟแนนซ์ 640,000 บาท อัตราคงที่ 2.99% ต่อปี ผ่อน 60 งวด
ตรงนี้คือจุดตั้งต้นของทุกอย่าง ถ้าผ่อนมาแล้ว 36 งวดแล้วอยากปิด เงินต้นที่จ่ายไปคือ 36 × 10,666.67 = 384,000 บาท เหลือเงินต้น 256,000 บาท แต่ยอดที่สัญญาบอกว่าค้างอยู่คือค่างวดที่ยังไม่ได้จ่ายทั้ง 24 งวด ซึ่งเท่ากับ 294,272 บาท ส่วนต่าง 38,272 บาทนั้นคือดอกเบี้ยของอีก 24 เดือนข้างหน้าที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ แต่ถูกนับเป็นหนี้ไปแล้ว
คำถามว่าปิดก่อนกำหนดคุ้มไหม จึงแปลเป็นคำถามเดียวว่า ดอกเบี้ยของอนาคตก้อนนั้นจะได้คืนกี่เปอร์เซ็นต์
ส่วนลดที่กฎหมายบังคับไว้เป็นขั้นบันได ไม่ใช่อัตราเดียว
ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 กำหนดขั้นต่ำของส่วนลดไว้ โดยผูกกับว่าผ่อนมาแล้วกี่งวดเทียบกับงวดทั้งหมดในสัญญา
| ชำระค่างวดมาแล้ว | ส่วนลดขั้นต่ำ | คิดจาก |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 1 ใน 3 ของงวดทั้งหมด | 60% | ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ |
| เกิน 1 ใน 3 แต่ไม่เกิน 2 ใน 3 | 70% | ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ |
| เกิน 2 ใน 3 ขึ้นไป | 100% | ยกดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดทั้งหมด |
สามบรรทัดนี้อธิบายทั้งสองเรื่องที่ค้างใจคนอยู่ เรื่องแรกคือทำไมยอดปิดถึงแพงกว่าเงินต้นคงเหลือ เพราะช่วงต้นสัญญากฎหมายบังคับให้ลดแค่ 60% แปลว่าอีก 40% ของดอกเบี้ยอนาคตยังต้องจ่าย ทั้งที่จะไม่ได้ใช้รถเป็นหนี้ต่ออีกแล้ว
เรื่องที่สองคือคำว่า "ขั้นบันได" ตามตัวอักษร มันไม่ได้ค่อย ๆ ไต่ แต่กระโดดทีเดียวที่งวดใดงวดหนึ่ง และนั่นทำให้เกิดจุดที่การรออีกนิดเดียวได้เปรียบ
ข้อควรระวังสำคัญ ประกาศฉบับนี้ใช้กับสัญญาที่ทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป สัญญาที่เซ็นก่อนหน้านั้นอยู่ภายใต้ประกาศฉบับ พ.ศ. 2561 ซึ่งขั้นแรกให้ส่วนลดเพียง 50% ไม่ใช่ 60% ใครถือสัญญาเก่าต้องเปิดสัญญาดูเอง อย่าใช้ตัวเลขในบทความนี้แทน
ยอดปิดบัญชีจริงที่แต่ละงวด
สัญญา 60 งวด หนึ่งในสามคือ 20 งวด สองในสามคือ 40 งวด ขั้นบันไดจึงเปลี่ยนที่งวดที่ 21 และงวดที่ 41 ตารางข้างล่างคำนวณยอดปิดที่งวดต่าง ๆ ให้ครบ
| ปิดหลังจ่ายงวดที่ | ดอกที่ยังไม่ถึงกำหนด | ส่วนลด | ยอดปิดบัญชี | เงินต้นคงเหลือ | จ่ายรวมทั้งดีล |
|---|---|---|---|---|---|
| 6 | 86,112 | 60% | 610,445 | 576,000 | 684,013 |
| 12 | 76,544 | 60% | 542,618 | 512,000 | 689,754 |
| 20 | 63,787 | 60% | 452,181 | 426,667 | 697,408 |
| 21 | 62,192 | 70% | 434,658 | 416,000 | 692,146 |
| 30 | 47,840 | 70% | 334,352 | 320,000 | 702,192 |
| 40 | 31,893 | 70% | 222,901 | 213,333 | 713,355 |
| 41 | 30,299 | 100% | 202,667 | 202,667 | 705,381 |
| 48 | 19,136 | 100% | 128,000 | 128,000 | 716,544 |
| ผ่อนครบ 60 | 0 | — | 0 | 0 | 735,680 |
อ่านตารางนี้ได้สามชั้น
ชั้นแรก คอลัมน์ยอดปิดบัญชีกับเงินต้นคงเหลืออยู่ติดกันเพื่อให้เห็นช่องว่าง ปิดที่งวด 20 ต้องจ่าย 452,181 บาททั้งที่เงินต้นเหลือ 426,667 บาท แพงกว่า 25,515 บาท และช่องว่างนั้นคือดอกเบี้ยอนาคตส่วนที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้คืน
ชั้นที่สอง พอข้ามไปขั้น 100% ที่งวด 41 ช่องว่างหายไปสนิท ยอดปิดเท่ากับเงินต้นคงเหลือพอดีที่ 202,667 บาท นี่คือความหมายของคำว่ายกดอกเบี้ยทั้งหมด
ชั้นที่สาม คอลัมน์ขวาสุดคือของจริงที่ควรใช้ตัดสินใจ เพราะมันรวมค่างวดที่จ่ายไปแล้วกับยอดปิดเข้าด้วยกัน เป็นเงินที่ออกจากกระเป๋าทั้งดีล และมันไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรง
สองจุดที่ผ่อนต่อแล้วถูกลง
ไล่คอลัมน์ขวาสุดจากบนลงล่างจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่ควรจะเป็น ยิ่งปิดช้ายิ่งจ่ายดอกเบี้ยมาก ยกเว้นสองแถวที่มันลดลง
ที่งวด 20 คุณจ่ายค่างวดเพิ่มอีก 12,261.33 บาท แต่ได้ส่วนลดเลื่อนขั้นจาก 60% เป็น 70% ซึ่งคืนดอกเบี้ยอนาคตเพิ่มให้ 17,523.73 บาท หักกลบแล้วได้กลับมา 5,262.40 บาท
ที่งวด 40 แรงกว่านั้น เพราะขั้นสุดท้ายกระโดดจาก 70% ไป 100% รวดเดียว จ่ายเพิ่มหนึ่งงวดแล้วประหยัดได้ 7,973.33 บาท คิดเป็นผลตอบแทนของการรออีก 30 วันที่ไม่มีเงินฝากที่ไหนให้
ในทางปฏิบัติแปลว่า ถ้าเงินก้อนพร้อมแล้วและงวดที่ผ่อนมาอยู่ที่ 20 หรือ 40 พอดี การเดินเข้าไปขอปิดวันนี้คือการเลือกทางที่แพงกว่าโดยไม่จำเป็น ให้จ่ายค่างวดปกติอีกงวดเดียวแล้วค่อยปิดในเดือนถัดไป
และเพราะเส้นแบ่งคือ "หนึ่งในสาม" กับ "สองในสาม" ของงวดทั้งหมด ตำแหน่งของจุดกระโดดจึงขึ้นกับความยาวสัญญา สัญญา 48 งวดจุดกระโดดอยู่ที่งวด 17 และ 33 สัญญา 72 งวดอยู่ที่งวด 25 และ 49 หาเองได้ด้วยการเอาจำนวนงวดหารสาม แล้วบวกหนึ่ง
โปะเพิ่มไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลด
อีกความเข้าใจผิดที่ย้ายมาจากสินเชื่อบ้าน คนที่โปะบ้านรู้ว่าเงินก้อนที่ใส่เข้าไปตัดเงินต้นทันที ทำให้ดอกเบี้ยของทุกงวดที่เหลือลดลงตาม
กับเช่าซื้อรถไม่ใช่แบบนั้น ดอกเบี้ยไม่ได้คิดจากยอดคงเหลือ การจ่ายเกินค่างวดจึงไม่มีอะไรให้ลด อย่างมากที่สุดคือเป็นการจ่ายค่างวดล่วงหน้า ซึ่งย่นสัญญาให้จบเร็วขึ้นแต่ไม่ได้ประหยัดดอกเบี้ยด้วยตัวมันเอง สิ่งเดียวที่ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงคือการปิดบัญชีเพื่อให้ได้ส่วนลดขั้นบันไดข้างบน
ผลตามมาคือคำแนะนำที่ต่างกันคนละทางระหว่างสองสินเชื่อ บ้านให้โปะเรื่อย ๆ ทีละน้อยก็ได้ผล รถต้องเก็บเงินไว้ให้ครบแล้วปิดทีเดียว การทยอยโปะรถคือการเสียสภาพคล่องไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา
ถ้าอยากเห็นความต่างเป็นตัวเลขของตัวเอง เครื่องคำนวณสินเชื่อ มีให้เลือกทั้งสองวิธีคิด กรอกยอดเดียวกันแล้วสลับโหมดดู ตารางผ่อนจะเปลี่ยนรูปทันที
ตัวเลข 2.99% ในโฆษณาคืออัตราแบบไหน
เรื่องนี้ต้องพูดเพราะมันเป็นที่มาของความสับสนรอบใหญ่ตอนกฎหมายใหม่ออก พาดหัวข่าวจำนวนมากเขียนว่าเช่าซื้อรถต้องคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแล้ว ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าค่างวดจะถูกลงหรือโปะแล้วได้ผลเหมือนบ้าน
ของจริงคือประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 กำหนดให้ผู้ให้เช่าซื้อระบุอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกควบคู่ไปกับอัตราแบบเงินต้นคงที่ เพื่อให้ผู้บริโภคเอาไปเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นได้ ไม่ได้เปลี่ยนวิธีคำนวณค่างวด ค่างวดยังมาจากอัตราคงที่เหมือนเดิม
อัตราลดต้นลดดอกที่ต้องแสดงนั้นคืออัตราที่ให้ค่างวดเท่ากันเป๊ะ ถ้าเปลี่ยนไปคิดแบบยอดคงเหลือ ตัวเลขจะสูงกว่าอัตราคงที่เกือบเท่าตัวเสมอ คำนวณจาก loan.js ที่สัญญา 60 งวดได้ดังนี้
| อัตราคงที่ที่เห็นในโฆษณา | เทียบเท่าลดต้นลดดอก | คูณกี่เท่า |
|---|---|---|
| 2.49% | 4.72% | 1.89 |
| 2.99% | 5.62% | 1.88 |
| 3.50% | 6.54% | 1.87 |
| 4.00% | 7.42% | 1.86 |
| 5.00% | 9.15% | 1.83 |
| 6.00% | 10.85% | 1.81 |
ตัวคูณเกาะอยู่ราว 1.8 ถึง 1.9 เท่าตลอด ใครอยากประมาณในหัวเร็ว ๆ ให้เอาอัตราคงที่คูณสองแล้วหักลงนิดหน่อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมดอกเบี้ยรถ 3% ถึงแพงกว่าดอกเบี้ยบ้าน 3% ทั้งที่เขียนเลขเดียวกัน
ประกาศ พ.ศ. 2565 ยังตั้งเพดานไว้ที่รถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% โดยเพดานเหล่านี้เป็นอัตราที่แท้จริงต่อปีแบบลดต้นลดดอก ไม่ใช่อัตราคงที่ ซึ่งเป็นจุดที่อ่านผิดกันบ่อย เห็นเพดาน 10% แล้วนึกว่ายังห่างจาก 2.99% อยู่มาก ทั้งที่ต้องเทียบกับ 5.62% ในคอลัมน์กลางต่างหาก
ที่บทความนี้ตอบไม่ได้
ตัวเลขทุกตัวข้างบนคิดจากยอดจัดกับอัตราคงที่ล้วน ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่แต่ละบริษัทเก็บไม่เหมือนกัน เช่นค่าธรรมเนียมดำเนินการปิดบัญชี ค่าโอนทะเบียน ค่าอากรแสตมป์ หรือภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่ต้องคิด ต้องถามยอดจริงจากผู้ให้เช่าซื้อเสมอ ตัวเลขในบทความใช้ประเมินว่ายอดที่เขาแจ้งสมเหตุสมผลไหม ไม่ใช่ใช้แทน
ส่วนลดที่ระบุในประกาศเป็นขั้นต่ำ บางเจ้าอาจให้มากกว่านั้น ถ้ายอดที่ได้ดีกว่าตารางนี้คือเรื่องดี แต่ถ้าต่ำกว่าคือจุดที่ควรถามกลับ
เส้นแบ่งขั้นบันไดในบทความตีความว่า "ไม่เกินหนึ่งในสาม" หมายถึงจำนวนงวดที่ชำระแล้วเทียบกับงวดทั้งหมด ซึ่งในสัญญาที่ค่างวดเท่ากันทุกงวดจะได้ผลเดียวกับการเทียบด้วยมูลค่า ถ้าสัญญาของคุณค่างวดไม่เท่ากันทุกงวด ต้องอ่านนิยามในสัญญาเอง
สุดท้าย บทความนี้ไม่ได้บอกว่าควรปิดหรือไม่ควรปิด การเอาเงินก้อนไปปิดหนี้ที่เทียบเท่า 5.62% ต่อปีคุ้มหรือไม่ ขึ้นกับว่าเงินก้อนนั้นมีที่ไปอื่นที่ให้ผลดีกว่าไหม และคุณต้องการเล่มทะเบียนคืนเร็วแค่ไหน
ที่มา: อัตราส่วนลดขั้นบันได เพดานอัตราดอกเบี้ย และขอบเขตการบังคับใช้ อ้างจากประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 (มีผลกับสัญญาที่ทำตั้งแต่ 10 มกราคม 2566) และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ที่กำหนดให้แสดงอัตราลดต้นลดดอกควบคู่อัตราคงที่ · ตัวเลขค่างวด ยอดปิดบัญชี และอัตราเทียบเท่าทั้งหมดคำนวณจาก public/assets/loan.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ ใช้ และมีชุดทดสอบคุมอยู่ · อัตราเทียบเท่าคิดแบบชำระปลายงวด ถ้าสัญญาเก็บค่างวดแรกวันทำสัญญา อัตราจริงจะสูงกว่าตารางเล็กน้อย · ตรวจล่าสุด 5 กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
ปิดไฟแนนซ์รถก่อนกำหนดได้ส่วนลดดอกเบี้ยเท่าไร
ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2565 ส่วนลดเป็นขั้นบันไดสามขั้น ถ้าชำระค่างวดมาแล้วไม่เกินหนึ่งในสามของงวดทั้งหมดได้ส่วนลดไม่น้อยกว่า 60% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ถ้าเกินหนึ่งในสามแต่ไม่เกินสองในสามได้ไม่น้อยกว่า 70% และถ้าเกินสองในสามได้ส่วนลดทั้งหมด 100% อัตราเหล่านี้เป็นขั้นต่ำ ผู้ให้เช่าซื้อให้มากกว่านี้ได้ และใช้กับสัญญาที่ทำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไปเท่านั้น
ทำไมยอดปิดบัญชีถึงสูงกว่าเงินต้นที่เหลือ
เพราะเช่าซื้อรถคิดดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ ดอกเบี้ยทั้งสัญญาถูกบวกเข้าไปในยอดหนี้ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา ยอดที่ค้างจึงเป็นค่างวดที่ยังไม่ได้จ่ายซึ่งมีดอกเบี้ยของอนาคตรวมอยู่ด้วย ส่วนลดตามกฎหมายคืนดอกเบี้ยส่วนนั้นให้เพียงบางส่วนในสองขั้นแรก ตัวอย่างยอดจัด 640,000 บาท อัตราคงที่ 2.99% ผ่อน 60 งวด ถ้าปิดหลังจ่ายงวดที่ 20 ยอดปิดคือ 452,181 บาท ขณะที่เงินต้นคงเหลือ 426,667 บาท ต่างกัน 25,515 บาท
โปะค่างวดรถเพิ่มทุกเดือนช่วยลดดอกเบี้ยไหม
ไม่ช่วย เพราะดอกเบี้ยเช่าซื้อไม่ได้คิดจากยอดคงเหลือเหมือนสินเชื่อบ้าน การจ่ายเกินค่างวดเป็นเพียงการจ่ายล่วงหน้าซึ่งทำให้สัญญาจบเร็วขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยที่ถูกล็อกไว้ตั้งแต่ต้นลดลง สิ่งเดียวที่ทำให้ดอกเบี้ยลดจริงคือการปิดบัญชีเพื่อรับส่วนลดขั้นบันได คนผ่อนรถจึงควรเก็บเงินไว้ปิดทีเดียว ไม่ใช่ทยอยโปะ
ควรปิดไฟแนนซ์ตอนไหนถึงจะจ่ายรวมน้อยที่สุด
ถ้าจำนวนงวดที่ผ่อนมาอยู่ที่หนึ่งในสามหรือสองในสามของสัญญาพอดี ให้ผ่อนต่ออีกหนึ่งงวดแล้วค่อยปิด เพราะจะข้ามไปขั้นส่วนลดที่สูงกว่า ในเคสยอดจัด 640,000 บาท ผ่อน 60 งวด การปิดหลังงวดที่ 21 แทนงวดที่ 20 ทำให้จ่ายรวมทั้งดีลน้อยลง 5,262 บาท และการปิดหลังงวดที่ 41 แทนงวดที่ 40 น้อยลง 7,973 บาท นอกจากสองจุดนี้แล้วยิ่งปิดเร็วยิ่งจ่ายรวมน้อยกว่า
ดอกเบี้ยรถ 2.99% เทียบเท่าลดต้นลดดอกกี่เปอร์เซ็นต์
ประมาณ 5.62% ต่อปีสำหรับสัญญา 60 งวด คิดแบบชำระปลายงวด โดยทั่วไปอัตราเทียบเท่าจะอยู่ราว 1.8 ถึง 1.9 เท่าของอัตราคงที่ที่เห็นในโฆษณา ตัวเลขนี้สำคัญเพราะเพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายที่รถยนต์ใหม่ 10% รถยนต์ใช้แล้ว 15% และรถจักรยานยนต์ 23% ต่อปี เป็นอัตราที่แท้จริงแบบลดต้นลดดอก ไม่ใช่อัตราคงที่ จึงต้องเทียบกับตัวเลขที่แปลงแล้วเท่านั้น