บทความ · ขายของออนไลน์

ตั้งราคาขาย Shopee Lazada ยังไงไม่ขาดทุน (บวกกลับ 30% ยังไม่พอ)

ของต้นทุน 100 บาท แพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียม 30% คนส่วนใหญ่ตั้งราคา 130 แล้วคิดว่าเสมอตัว ความจริงคือยังขาดทุนอยู่ 11.73 บาท ราคาที่เสมอตัวจริงคือ 147.28

เลขนี้ห่างจาก 130 อยู่ 17 บาท ซึ่งบนของราคาร้อยกว่าบาทคือเกือบ 13% ของราคาขาย ขายร้อยชิ้นก็หายไปพันเจ็ด โดยที่ยอดขายในแอปยังขึ้นเขียวสวยงามอยู่

เขียนเรื่องนี้เพราะตอนทำเครื่องมือตั้งราคาให้เว็บนี้ ผมต้องไล่กับดักพวกนี้ทีละอันเพื่อเขียนเทสต์ แล้วพบว่ามันมีอยู่ 4 ชั้น ซ้อนกัน แต่ละชั้นกินเงินไม่เท่ากันและคนละเหตุผล

ก่อนอื่น: อัตราค่าธรรมเนียมทุกตัวในบทความนี้เป็นตัวเลขตั้งต้นสำหรับยกตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่อัตราทางการ ของจริงต่างกันตามหมวดสินค้า ประเภทร้าน แคมเปญที่เข้าร่วม และแพลตฟอร์มปรับบ่อยมาก ให้ดูจากแอปผู้ขายของตัวเองเสมอ สิ่งที่บทความนี้ยืนยันได้คือวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลข

ค่าธรรมเนียมต้องหาร ไม่ใช่บวกกลับ

ต้นตอของความผิดพลาดคือค่าธรรมเนียมไม่ได้คิดจากต้นทุนของเรา แต่คิดจากราคาที่เราตั้ง พอเราขยับราคาขึ้น ค่าธรรมเนียมก็ขยับตามขึ้นไปด้วย มันเลยไล่ไม่ทันกันสักที

ลองไล่ดูจริง ๆ ต้นทุน 100 บาท ค่าธรรมเนียม 30% ที่ประกาศเป็นตัวเลขก่อน VAT

ตั้ง 100.00 → ถูกหัก 32.10 เหลือ 67.90 ขาดทุน 32.10 ตั้ง 130.00 → ถูกหัก 41.73 เหลือ 88.27 ขาดทุน 11.73 ตั้ง 142.86 → ถูกหัก 45.86 เหลือ 97.00 ขาดทุน 3.00 ตั้ง 147.28 → ถูกหัก 47.28 เหลือ 100.00 เสมอตัว

สูตรที่ถูกคือเอาต้นทุนหารด้วยส่วนที่เหลือหลังหักค่าธรรมเนียม

ราคา = ต้นทุน ÷ (1 − อัตราค่าธรรมเนียม) = 100 ÷ (1 − 0.321) = 100 ÷ 0.679 = 147.28

ถ้าอยากได้กำไรด้วย ก็เอากำไรไปบวกกับต้นทุนก่อนหาร อยากได้กำไร 50 บาทต่อชิ้นก็เป็น 150 ÷ 0.679 = 220.91 บาท ไม่ใช่ 147.28 + 50

30% ที่จริงคือ 32.1%

สังเกตว่าเมื่อกี้ผมใช้ 0.321 ไม่ใช่ 0.30 เพราะค่าธรรมเนียมเป็นค่าบริการที่มี VAT 7% ทับอีกชั้น 30% ที่แพลตฟอร์มประกาศจึงถูกหักจริง 32.1%

30% × 1.07 = 32.1% ตัวหารคือ 0.679 ไม่ใช่ 0.70

ส่วนต่างดูเล็ก แต่มันอยู่ในตัวหาร ผลเลยไม่เล็ก ถ้าใช้ 0.70 จะได้ราคา 142.86 ซึ่งยังขาดทุนอยู่ 3 บาทต่อชิ้นตามตารางข้างบน

แล้วอันที่ห้ามบวก VAT ซ้ำ

ตรงนี้คือชั้นที่พลาดง่ายที่สุด เพราะมันสวนกับข้อเมื่อกี้

แพลตฟอร์มไม่ได้ประกาศอัตราแบบเดียวกันหมด บางรายการประกาศเป็นตัวเลขก่อน VAT ซึ่งต้องเอาไปคูณ 1.07 เอง แต่หลายรายการบนอีคอมเมิร์ซประกาศเป็นตัวเลขที่รวม VAT มาให้แล้ว ที่เห็นบ่อยสุดคือค่าธุรกรรม 3.21% ซึ่งมันคือ 3% × 1.07 มาเรียบร้อยแล้ว

ใครเห็น 3.21% แล้วนึกว่าเป็นตัวเลขก่อน VAT เหมือนกันหมด แล้วคูณ 1.07 ซ้ำอีกที จะได้

กรอกถูก 3.21% × 1 = 3.2100% กรอกผิด 3.21% × 1.07 = 3.4347% เกินจริง 0.2247 จุด

ทีละแถวดูไม่เท่าไร แต่มาร์เก็ตเพลสมีค่าธรรมเนียมหลายแถวพร้อมกัน สมมติร้านหนึ่งโดนค่าคอมมิชชั่น 5.35% ค่าธุรกรรม 3.21% และค่าโปรแกรมส่งฟรี 5.35% ซึ่งประกาศรวม VAT มาแล้วทั้งสามตัว

กรอกถูก 5.35 + 3.21 + 5.35 = 13.91% กรอกผิด (5.35 + 3.21 + 5.35) × 1.07 = 14.8837%

ตั้งราคาจากตัวเลขผิดนี้จะได้ราคาสูงเกินจำเป็นเกือบ 1.2% ซึ่งไม่ทำให้ขาดทุน แต่ทำให้แพงกว่าคู่แข่งโดยไม่ได้อะไรกลับมา ในสนามที่คนเทียบราคากันทีละบาท นั่นก็แพ้แล้ว

วิธีเช็คง่าย ๆ คืออัตราที่ลงท้ายด้วยเลขแปลก ๆ อย่าง 3.21 หรือ 5.35 มักเป็นตัวที่รวม VAT มาแล้ว เพราะมันคือ 3 กับ 5 คูณ 1.07 ส่วนอัตราที่เป็นเลขกลม ๆ อย่าง 30% มักเป็นตัวเลขก่อน VAT แต่อย่าเดา ให้เปิดดูในแอปผู้ขายว่าเขาเขียนกำกับไว้ว่าอย่างไร

กำไร 30% ของคุณหมายถึงอะไร

คำว่า "อยากได้กำไร 30%" ใช้กันสองความหมายและได้ราคาคนละตัว

ต้นทุน 250 บาท ขายบนมาร์เก็ตเพลสที่ค่าธรรมเนียมรวม 13.91%

ตีความว่าเรียกว่าต้องตั้งกำไรที่ได้
บวกเพิ่มจากต้นทุน 30%markup377.5174.99
กำไรเป็น 30% ของราคาขายmargin445.71133.70

ต่างกัน 68.20 บาทบนของชิ้นเดียว ทั้งที่พูดประโยคเดียวกันเป๊ะ ตอนคุยกับหุ้นส่วนหรือตอนกรอกในเครื่องคำนวณจึงต้องรู้ว่าตัวเองหมายถึงอันไหน

ที่คนใช้สับสนเพราะร้านค้าปลีกกับบัญชีใช้คนละตัว ฝั่งซื้อมาขายไปคุ้นกับ markup ส่วนงบการเงินรายงานเป็น margin การเอาเลข 30% จากคนละที่มาเทียบกันตรง ๆ จึงเทียบผิดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

จุดที่คนพลาดตอนกดร่วมแคมเปญลดราคา

อันนี้น่าจะกินเงินคนขายมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด

สมมติของต้นทุน 250 ตั้งขายไว้ 390 บนมาร์เก็ตเพลส กำไรที่ได้จริงคือ

ราคาขาย 390.00 ค่าคอมมิชชั่น 5.35% −20.87 ค่าธุรกรรม 3.21% −12.52 ค่าโปรแกรมส่งฟรี 5.35% −20.87 ─────── เหลือเข้ากระเป๋า 335.74 ต้นทุน −250.00 ─────── กำไร 85.74 (margin 21.98% · markup 34.30%)

ทีนี้แพลตฟอร์มชวนร่วมแคมเปญ ต้องลดเหลือ 290 คนขายมองว่าต้นทุน 250 ราคา 290 ก็ยังเหนือต้นทุนอยู่ 40 บาท ลดได้สบาย

ความจริงคือขาดทุนแล้ว

จุดคุ้มทุน = 250 ÷ (1 − 0.1391) = 290.39 ตั้ง 290 → กำไร −0.35 บาทต่อชิ้น

ต่างกันแค่ 39 สตางค์ก็จริง แต่ประเด็นคือเส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่ 250 อย่างที่รู้สึก มันอยู่ที่ 290.39 และคนส่วนใหญ่ไม่เคยคำนวณเลขตัวนี้ก่อนกดปุ่มร่วมแคมเปญ พอแคมเปญขายดีก็ยิ่งขาดทุนหนักตามจำนวนชิ้นที่ขายได้

เลขที่ต้องรู้ก่อนลดราคาทุกครั้งคือจุดคุ้มทุน ไม่ใช่ต้นทุน

เพดานที่ไม่มีใครบอก

เรื่องสุดท้ายสั้น ๆ ถ้าตั้งเป้ากำไรเป็น margin มันมีเพดาน

เพราะค่าธรรมเนียมกับกำไรถูกหักจากราคาขายก้อนเดียวกัน สองอย่างรวมกันเกิน 100% ไม่ได้ ค่าธรรมเนียม 13.91% จึงแปลว่า margin สูงสุดที่เป็นไปได้คือต่ำกว่า 86.09%

ขอ margin 87% ไม่ใช่ว่าต้องตั้งราคาแพงขึ้น แต่คือโจทย์ที่ไม่มีคำตอบ ไม่ว่าตั้งราคาเท่าไรก็ทำไม่ได้ เครื่องคำนวณที่ไม่เช็คเรื่องนี้จะคืนตัวเลขติดลบหรือเลขมหาศาลออกมาแทนที่จะบอกว่าโจทย์ผิด

สรุปเป็นสูตรเดียว

ราคา = (ต้นทุนทั้งหมด + กำไรที่ต้องการ) ÷ (1 − อัตราค่าธรรมเนียมรวม)

โดยที่อัตราค่าธรรมเนียมรวมต้องคูณ 1.07 เฉพาะแถวที่แพลตฟอร์มประกาศเป็นตัวเลขก่อน VAT และต้นทุนทั้งหมดต้องรวมค่ากล่อง ค่าแพ็ก และค่าส่งส่วนที่ร้านออกเองด้วย ไม่ใช่แค่ค่าของ

ถ้าไม่อยากกดเครื่องคิดเลขเอง เครื่องมือตั้งราคาขาย ของเว็บนี้ทำให้ทั้งสองทิศ คือกรอกต้นทุนกับกำไรที่อยากได้แล้วบอกว่าต้องตั้งเท่าไร หรือกรอกราคาที่ตั้งไว้แล้วให้บอกว่าเหลือกำไรจริงเท่าไรและจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน ทุกแถวค่าธรรมเนียมมีสวิตช์แยกว่าอัตรานั้นรวม VAT มาแล้วหรือยัง และแก้อัตราเองได้ทุกแถวเพราะของจริงไม่มีใครเหมือนกัน

ที่มาของตัวเลข: ตัวเลขทุกตัวในบทความคำนวณจาก public/assets/sellprice.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่หน้า ตั้งราคาขาย ใช้ และมีชุดทดสอบอัตโนมัติคุมอยู่ · อัตราค่าธรรมเนียมที่ยกมาเป็นค่าตั้งต้นสำหรับยกตัวอย่าง ไม่ใช่อัตราทางการ ให้ตรวจกับแอปผู้ขายของตัวเองเสมอ · ตรวจล่าสุด 3 กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

โดนหักค่าธรรมเนียม 30% ต้องบวกราคาขึ้น 30% ใช่ไหม

ไม่ใช่ ต้องหารไม่ใช่บวก เพราะค่าธรรมเนียมคิดจากราคาขายที่ตั้งใหม่ ไม่ได้คิดจากราคาเดิม ต้นทุน 100 บาทที่โดนหัก 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมี VAT ทับเป็น 32.1 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตั้ง 130 บาทจะถูกหัก 41.73 บาท เหลือ 88.27 บาท ยังขาดทุน 11.73 บาท ราคาที่เสมอตัวพอดีคือ 100 หารด้วย 1 ลบ 0.321 เท่ากับ 147.28 บาท

ค่าธรรมเนียม 3.21 เปอร์เซ็นต์ ต้องบวก VAT อีกไหม

ไม่ต้อง เพราะ 3.21 เปอร์เซ็นต์คือ 3 เปอร์เซ็นต์ที่รวม VAT 7 เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ถ้าเอาไปบวก VAT ซ้ำจะกลายเป็น 3.4347 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินจริง 0.2247 จุดเปอร์เซ็นต์ ตอนกรอกในเครื่องคำนวณต้องดูก่อนว่าอัตราที่แพลตฟอร์มประกาศเป็นตัวเลขก่อน VAT หรือหลัง VAT แล้วเลือกให้ตรง

กำไร 30 เปอร์เซ็นต์ ควรคิดจากต้นทุนหรือจากราคาขาย

ได้ราคาคนละตัวและต่างกันมาก ต้นทุน 250 บาทขายบนมาร์เก็ตเพลสที่ค่าธรรมเนียมรวม 13.91 เปอร์เซ็นต์ ถ้าอยากได้กำไรบวกเพิ่มจากต้นทุน 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเรียกว่า markup ต้องตั้ง 377.51 บาท แต่ถ้าอยากให้กำไรเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายซึ่งเรียกว่า margin ต้องตั้ง 445.71 บาท ต่างกัน 68.20 บาท ต้องตกลงกับตัวเองให้ชัดก่อนว่าหมายถึงแบบไหน

ร่วมแคมเปญลดราคาแล้วจะรู้ได้ยังไงว่ายังไม่ขาดทุน

ต้องรู้จุดคุ้มทุนก่อนกดร่วม จุดคุ้มทุนคือต้นทุนหารด้วย 1 ลบอัตราค่าธรรมเนียม ไม่ใช่ตัวต้นทุนเอง สินค้าต้นทุน 250 บาทที่ขายบนมาร์เก็ตเพลสค่าธรรมเนียม 13.91 เปอร์เซ็นต์ มีจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 290.39 บาท ถ้าลดราคาลงมาเหลือ 290 บาทโดยคิดว่ายังเหนือต้นทุน 250 อยู่ตั้ง 40 บาท ความจริงคือขาดทุนแล้ว 0.35 บาทต่อชิ้น

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ดูเครื่องมือทั้งหมด ➔
🏷️
ตั้งราคาขาย หัก GP
คิดทั้งสองทิศ พร้อมจุดคุ้มทุนและเทียบข้ามช่องทาง
🧾
คำนวณ VAT & หัก ณ ที่จ่าย
บวก ถอด หรือคิดย้อนกลับจากยอดที่อยากรับจริง
🏷️
คำนวณส่วนลด
ลดซ้อนลด และคิดย้อนกลับจากราคาที่อยากได้
📦
คำนวณปริมาตรพัสดุ CBM
คิดน้ำหนักปริมาตรก่อนใส่ค่าส่งลงในต้นทุน