บทความ · ภาษี

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 100,000 บาท ได้คืน 0 ถึง 30,000 — ขึ้นกับเงินเดือน ไม่ใช่ยอดซื้อ

ไตรมาสสุดท้ายของปีคือฤดูซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี และประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ซื้อ RMF แสนนึง ลดภาษีได้แสนนึง" ประโยคนี้ผิดตั้งแต่คำแรก ค่าลดหย่อน 100,000 บาทไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 บาท และเงินที่ได้คืนจริงขึ้นกับเงินเดือนของคุณมากกว่ายอดที่ซื้อ

ตัวเลขทุกตัวในบทความคำนวณจาก public/assets/income-tax.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ของเว็บนี้ใช้และมีชุดทดสอบคุมอยู่

ค่าลดหย่อนตัดเงินได้ ไม่ได้ตัดภาษี

ภาษีเงินได้คิดจาก "เงินได้สุทธิ" คือรายได้ทั้งปีหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วเอาไปเข้าขั้นบันได ค่าลดหย่อนจากกองทุนจึงทำงานที่ต้นทาง มันทำให้เงินได้สุทธิลดลง ภาษีที่ลดลงตามมาเท่ากับยอดที่ซื้อคูณอัตราภาษีของขั้นที่เงินส่วนนั้นเคยอยู่

เงินเดือน 50,000 บาท · มีแค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว เงินได้สุทธิ 440,000 → อยู่ขั้น 10% ภาษี 21,500 ซื้อกองทุน 100,000 เงินได้สุทธิ 340,000 → ยังอยู่ขั้น 10% ภาษี 11,500 ได้คืน 10,000 = 100,000 × 10%

คนเงินเดือน 50,000 บาทจึงได้คืนบาทละ 10 สตางค์ ไม่ใช่บาทละบาท ส่วนที่เหลืออีก 90,000 บาทคือเงินลงทุนของคุณเองที่ย้ายไปอยู่ในกองทุน ไม่ได้หายไปไหน แต่ก็ไม่ได้เป็นกำไรจากการลดหย่อน

ซื้อ 100,000 เท่ากัน ได้คืนเท่าไรในแต่ละเงินเดือน

ตารางนี้สมมติว่ามีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท และใช้แค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เพื่อให้เห็นผลของกองทุนล้วน ๆ

เงินเดือนเงินได้สุทธิเดิมขั้นภาษีสูงสุดภาษีเดิมหลังซื้อ 100,000ได้คืน
20,00080,0000%000
30,000200,0005%2,50002,500
40,000320,00010%9,5003,5006,000
50,000440,00010%21,50011,50010,000
80,000800,00020%75,00057,50017,500
120,0001,280,00025%185,000160,00025,000
200,0002,240,00030%437,000407,00030,000

ซื้อเท่ากันทุกบาท ได้คืนตั้งแต่ 0 ถึง 30,000 บาท ช่องว่างนี้ไม่ได้มาจากกองทุนที่เลือก แต่มาจากขั้นภาษีของผู้ซื้อ คนที่เงินได้สุทธิแตะขั้น 30% ได้คืนบาทละ 30 สตางค์ ส่วนคนที่ยังไม่ถึงขั้นแรกได้คืน 0

แถวแรกคือกับดักที่เจ็บที่สุด คนเงินเดือน 20,000 บาทมีเงินได้สุทธิ 80,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วง 150,000 บาทแรกที่ได้รับยกเว้นอยู่แล้ว ไม่มีภาษีให้ลด ซื้อกองทุนลดหย่อนเท่าไรก็ได้คืน 0 บาท แต่เงินก้อนนั้นติดเงื่อนไขการถือครองเต็มจำนวน

แถวเงินเดือน 30,000 บาทก็น่าสังเกต ได้คืน 2,500 บาท ซึ่งคือภาษีทั้งปีของเขาพอดี ซื้อ 100,000 บาทจึงลดภาษีเหลือศูนย์ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อถึง 100,000 บาท

จุดที่ซื้อเพิ่มแล้วไม่ได้คืนอีก

เพราะเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกไม่เสียภาษี ค่าลดหย่อนที่ดันเงินได้สุทธิลงต่ำกว่านั้นจึงไม่ได้คืนอะไรเลย แต่ละคนมีเพดานของตัวเองที่ซื้อเกินแล้วเสียเปล่า

เงินเดือนภาษีทั้งปีถ้าไม่ซื้อซื้อเกินเท่านี้ไม่ได้คืนเพิ่ม
20,00000
30,0002,50050,000
40,0009,500170,000
50,00021,500290,000

คนเงินเดือน 30,000 บาทเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ซื้อ 50,000 บาทก็ได้ภาษีคืนครบ 2,500 บาทแล้ว ถ้าซื้อ 100,000 บาทตามคำแนะนำว่า "ซื้อให้เต็มสิทธิ" จะได้คืน 2,500 บาทเท่าเดิม อีก 50,000 บาทถูกล็อกไว้ตามเงื่อนไขการถือครองโดยไม่ได้ประโยชน์ทางภาษีสักบาท

ยิ่งซื้อมาก ได้คืนต่อบาทยิ่งน้อย

ภาษีเป็นขั้นบันได ค่าลดหย่อนบาทแรกจึงตัดเงินได้ในขั้นที่สูงที่สุดของคุณออกก่อน พอตัดจนข้ามลงไปขั้นที่ต่ำกว่า บาทต่อ ๆ ไปก็ได้คืนในอัตราที่ต่ำลง ไล่ให้ดูกับเงินเดือน 50,000 บาท

ซื้อกองทุนภาษีหลังซื้อได้คืนรวมได้คืนเฉลี่ยบาทละ
50,00016,5005,00010.00 สตางค์
100,00011,50010,00010.00 สตางค์
150,0007,00014,5009.67 สตางค์
180,0005,50016,0008.89 สตางค์

100,000 บาทแรกได้คืนบาทละ 10 สตางค์เต็ม ๆ เพราะเงินได้สุทธิยังอยู่ในขั้น 10% ทั้งหมด พอซื้อเกินนั้น เงินได้สุทธิเริ่มลงไปอยู่ในขั้น 5% ค่าเฉลี่ยจึงไหลลง ที่ 180,000 บาทซึ่งเป็นเพดาน 30% ของรายได้ของคนเงินเดือนนี้ ได้คืนเฉลี่ยบาทละ 8.89 สตางค์

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ถ้ามีเงินจำกัดและลังเลว่าจะซื้อเท่าไร ก้อนแรกคุ้มที่สุดเสมอ ก้อนหลัง ๆ ต้องมีเหตุผลอื่นรองรับ เช่นตั้งใจลงทุนระยะยาวในกองทุนนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพราะยังเหลือสิทธิ

ที่บทความนี้ตอบไม่ได้

ตัวเลขทุกตารางใช้ค่าลดหย่อนส่วนตัวอย่างเดียว ของจริงเกือบทุกคนมีประกันสังคม เบี้ยประกัน หรือค่าลดหย่อนครอบครัวอยู่แล้ว เงินได้สุทธิจริงจึงต่ำกว่าในตาราง ขั้นภาษีอาจต่ำลง และจุดที่ซื้อเพิ่มแล้วไม่ได้คืนก็มาถึงเร็วขึ้น ใส่ตัวเลขของตัวเองที่เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ก่อนตัดสินใจเสมอ

บทความนี้ไม่ได้บอกว่ากองทุนไหนดี หรือควรลงทุนหรือไม่ ผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใหญ่กว่าภาษีที่ได้คืน การซื้อกองทุนที่ขาดทุน 15% เพื่อได้ภาษีคืน 10% ไม่ใช่ดีลที่ดี

เพดานการซื้อแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขของตัวเอง Thai ESG ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ไม่เกิน 300,000 บาทและต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปี RMF ได้ 30% ของเงินได้ แต่รวมกับกลุ่มบำนาญอื่นอย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท และต้องถือจนอายุ 55 ปี รายการครบอยู่ในตารางค่าลดหย่อนที่หน้าเครื่องมือ

ที่มา: อัตราภาษีขั้นบันได ค่าใช้จ่ายเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ตามประมวลรัษฎากร · เพดานและเงื่อนไขการถือครองของ Thai ESG และ RMF ตามสิทธิสำหรับปีภาษี 2568 · ตัวเลขภาษีทั้งหมดคำนวณจาก calculateSalary ใน public/assets/income-tax.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณภาษีเงินได้ ใช้ · ตรวจล่าสุด 26 กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 100,000 บาท ได้เงินคืนเท่าไร

ขึ้นกับขั้นภาษีสูงสุดที่เงินได้สุทธิของคุณแตะอยู่ ไม่ได้ขึ้นกับยอดซื้อ ค่าลดหย่อน 100,000 บาทไม่ใช่เงินคืน 100,000 บาท แต่เป็นการตัดเงินได้ที่ต้องเสียภาษีออก 100,000 บาท ถ้ามีแค่เงินเดือนและใช้แค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว คนเงินเดือน 20,000 บาทได้คืน 0 บาท เงินเดือน 30,000 บาทได้คืน 2,500 บาท เงินเดือน 50,000 บาทได้คืน 10,000 บาท เงินเดือน 80,000 บาทได้คืน 17,500 บาท และเงินเดือน 200,000 บาทได้คืน 30,000 บาท

ซื้อกองทุนลดหย่อนเท่าไรถึงจะพอ

ไม่เกินยอดที่ทำให้เงินได้สุทธิลงมาเหลือ 150,000 บาท เพราะเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว ค่าลดหย่อนที่เกินจุดนั้นไม่ได้ภาษีคืนเพิ่มสักบาท คนเงินเดือน 30,000 บาทที่ใช้แค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว ซื้อ 50,000 บาทก็ได้ภาษีคืนครบ 2,500 บาทแล้ว ซื้อ 100,000 บาทก็ได้คืนเท่าเดิม ส่วนเงินเดือน 50,000 บาทจุดนั้นอยู่ที่ 290,000 บาท

ทำไมซื้อกองทุนยิ่งมาก ได้คืนต่อบาทยิ่งน้อย

เพราะภาษีเป็นขั้นบันได ค่าลดหย่อนบาทแรกตัดเงินได้ในขั้นที่สูงที่สุดของคุณออกก่อน พอลดลงจนข้ามไปขั้นที่ต่ำกว่า บาทต่อ ๆ ไปก็ได้คืนในอัตราที่ต่ำลง คนเงินเดือน 50,000 บาทซื้อ 100,000 บาทแรกได้คืนบาทละ 10 สตางค์ แต่ถ้าซื้อถึง 180,000 บาทจะได้คืนเฉลี่ยบาทละ 8.89 สตางค์

RMF กับ Thai ESG ต้องถือนานแค่ไหน

Thai ESG ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันซื้อ ส่วน RMF ต้องถือจนอายุครบ 55 ปีและไม่น้อยกว่า 5 ปี ถ้าขายก่อนเงื่อนไขครบต้องคืนภาษีที่เคยได้รับยกเว้น เงินที่ซื้อเกินจุดที่ได้ภาษีคืนจึงไม่ได้ประโยชน์ทางภาษีเลย แต่ยังติดเงื่อนไขการถือครองเต็มจำนวน

คนที่ไม่เสียภาษีอยู่แล้วควรซื้อกองทุนลดหย่อนไหม

ถ้าซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียวไม่ได้ประโยชน์ เพราะไม่มีภาษีให้ลด คนเงินเดือน 20,000 บาทที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียวมีเงินได้สุทธิ 80,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงยกเว้นอยู่แล้ว ซื้อกองทุนลดหย่อนเท่าไรก็ได้ภาษีคืน 0 บาท การซื้อจะมีเหตุผลก็ต่อเมื่อตั้งใจลงทุนระยะยาวในกองทุนนั้นอยู่แล้ว

🔗 เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

ดูเครื่องมือทั้งหมด ➔
💰
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
คิดขั้นบันไดพร้อมค่าลดหย่อนและภาษีขั้นต่ำ
🏷️
คำนวณส่วนลด
ลดซ้อนลดและโหมดคิดย้อนกลับ
🧾
คำนวณ VAT & หัก ณ ที่จ่าย
ถอด VAT ออกจากยอดที่รวมมาแล้ว
💹
ตั้งราคาขาย หัก GP
ค่าธรรมเนียมต้องหาร ไม่ใช่บวกกลับ