ป้าย "ผ่อน 0% นาน 10 เดือน" อ่านแล้วจบในตัวเอง มันบอกว่าไม่มีดอกเบี้ย และตัวเลขนั้นก็จริงตามสัญญา แต่คำถามที่ต้องถามก่อนเสมอคือ "ถ้าจ่ายสดวันนี้ ลดให้เท่าไร" ถ้าคำตอบไม่ใช่ศูนย์ การผ่อนมีราคาของมัน และราคานั้นคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยได้ตามปกติ
ตัวเลขทุกตัวในบทความคำนวณจาก public/assets/loan.js กับ public/assets/discount.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ และ เครื่องคำนวณส่วนลด ของเว็บนี้ใช้ และมีชุดทดสอบคุมอยู่ทั้งคู่
0% เป็นดอกเบี้ยของยอดที่ตกลงกัน ไม่ใช่ของราคาที่ควรจ่าย
สัญญาผ่อน 0% พูดถูกทุกคำ ยอดหนี้ 30,000 บาท ผ่อนสิบงวด งวดละ 3,000 บาท จ่ายรวม 30,000 บาทเท่ากับยอดตั้งต้นพอดี ไม่มีดอกเบี้ยสักบาทเดียวในดีลนั้น
ปัญหาอยู่ที่คำว่า "ยอดตั้งต้น" ถ้าร้านยอมลดให้ 5% เมื่อจ่ายสด ราคาที่คุณจ่ายได้จริงวันนี้คือ 28,500 บาท ไม่ใช่ 30,000 บาท การเลือกผ่อนจึงเป็นการตกลงว่าจะจ่าย 30,000 บาทแทน — ส่วนต่าง 1,500 บาทนั้นไม่ได้ชื่อว่าดอกเบี้ย แต่ทำงานเหมือนดอกเบี้ยทุกประการ
เมื่อมองแบบนี้ ดีลจะเปลี่ยนรูปทันที มันคือการกู้เงิน 28,500 บาท (ก้อนที่คุณเก็บไว้ไม่ต้องจ่ายวันนี้) แล้วทยอยคืนเดือนละ 3,000 บาทสิบงวด ซึ่งเป็นโจทย์เดียวกับสินเชื่อทั่วไปเป๊ะ ๆ และมีคำตอบเดียว
ตัวเลข 11.32% นี้ไม่ได้เดา แต่ได้จากฟังก์ชัน effectiveRate ตัวเดียวกับที่หน้า เครื่องคำนวณสินเชื่อ ใช้บอกว่าดอกเบี้ยคงที่ของสินเชื่อรถแพงจริงแค่ไหน มันคืออัตราที่ทำให้ค่างวด 3,000 บาทพอดีกับเงินต้น 28,500 บาทในสิบงวด
ส่วนลดเงินสดกับจำนวนงวด ตัวไหนสำคัญกว่า
ตารางนี้ใช้ราคาป้าย 30,000 บาทเหมือนกันทุกช่อง เปลี่ยนแค่ว่าถ้าจ่ายสดแล้วได้ลดกี่เปอร์เซ็นต์ และแผนผ่อนยาวกี่งวด
| จ่ายสดแล้วลด | เงินที่สละไป | ผ่อน 6 งวด | ผ่อน 10 งวด | ผ่อน 12 งวด | ผ่อน 24 งวด |
|---|---|---|---|---|---|
| 3% | 900 | 10.53% | 6.69% | 5.66% | 2.94% |
| 5% | 1,500 | 17.83% | 11.32% | 9.58% | 4.97% |
| 7% | 2,100 | 25.36% | 16.10% | 13.61% | 7.07% |
| 10% | 3,000 | 37.15% | 23.56% | 19.91% | 10.33% |
สิ่งที่ขัดสามัญสำนึกที่สุดในตารางนี้คือ ผ่อนสั้นแพงกว่าผ่อนยาว ซึ่งตรงข้ามกับสินเชื่อปกติที่ผ่อนยาวแล้วดอกเบี้ยรวมบานกว่า
เหตุผลอยู่ที่ว่าค่าตอบแทนที่เราจ่ายเป็นก้อนคงที่ ไม่ได้เดินตามเวลา สละส่วนลด 5% คือจ่ายเพิ่ม 1,500 บาทเท่ากันไม่ว่าจะผ่อน 6 งวดหรือ 24 งวด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ "เวลาที่ได้ถือเงินไว้" ซึ่งต่างกันสี่เท่า จ่ายเท่ากันแล้วได้ของน้อยกว่า ราคาต่อหน่วยจึงแพงกว่า
ในทางปฏิบัติแปลว่า ถ้าจำเป็นต้องสละส่วนลดเงินสดเพื่อผ่อน ควรเลือกแผนที่ยาวที่สุดเท่าที่โครงการให้ ตราบใดที่ค่างวดไม่ได้ทำให้วินัยการเงินพัง เพราะต้นทุนที่จ่ายไปแล้วเท่าเดิม แต่ได้เวลามากขึ้น
ตัวเลขนี้ไม่ขึ้นกับราคาสินค้า
จุดที่ทำให้ตารางข้างบนใช้ได้กว้างกว่าที่คิดคือ อัตราเทียบเท่าขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ส่วนลดและจำนวนงวดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับราคาสินค้าเลย เพราะทั้งเงินต้นและค่างวดโตขึ้นเป็นสัดส่วนเดียวกันเมื่อราคาสูงขึ้น
ต่างกันแค่จำนวนเงินที่สละไปจริง ซึ่งเป็น 150 บาทกับ 150,000 บาท อัตราเท่ากันไม่ได้แปลว่าเจ็บเท่ากัน แต่แปลว่าตัดสินใจด้วยกฎเดียวกันได้
เทียบกับเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16%
ตัวเลข 11.32% หรือ 17.83% จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีอะไรให้เทียบ หมุดที่ใช้ง่ายที่สุดคือเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 16% ต่อปี เพราะเป็นทางเลือกที่คนเดียวกันในสถานการณ์เดียวกันมักมีอยู่แล้ว
ตารางนี้หาจุดพลิกให้ว่าส่วนลดเงินสดกี่เปอร์เซ็นต์ทำให้การสละมันเพื่อผ่อน 0% มีต้นทุนเท่ากับ 16% พอดี
| แผนผ่อน | สละส่วนลดเงินสดเกินกว่านี้ = แพงกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16% |
|---|---|
| 6 งวด | 4.6% |
| 10 งวด | 7.0% |
| 12 งวด | 8.2% |
| 24 งวด | 15.0% |
บรรทัดแรกคือบรรทัดที่ควรจำ ส่วนลดเงินสดแค่ 4.6% ก็ทำให้แผนผ่อน 0% หกงวดแพงกว่าการรูดบัตรแล้วปล่อยให้เป็นหนี้บัตรเครดิตแล้ว และส่วนลดเงินสด 5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ร้านไทยให้กันทั่วไป ก็อยู่เหนือเส้นนั้นไปแล้วที่ 17.83%
ข้อควรระวังคือประโยคข้างบนเป็นการเทียบต้นทุนล้วน ๆ ไม่ใช่คำแนะนำให้ไปเป็นหนี้บัตรเครดิตแทน หนี้บัตรเครดิตมีพฤติกรรมที่ต่างออกไปมาก ทั้งดอกเบี้ยที่เดินทุกวันและการไม่มีวันจบที่แน่นอน ประโยชน์ของการเทียบคือทำให้เห็นว่าคำว่า 0% ไม่ได้แปลว่าถูกที่สุดในห้องโดยอัตโนมัติ
ถ้าร้านไม่ลดให้เมื่อจ่ายสด ผ่อน 0% ได้เปรียบจริง
อีกด้านของเรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเท่ากัน เมื่อราคาสดกับราคาผ่อนเท่ากันเป๊ะ การผ่อน 0% ไม่มีต้นทุนแฝงอะไรเลย และได้เปรียบเล็กน้อยด้วยซ้ำเพราะเงินยังอยู่กับเรานานขึ้น
วัดออกมาเป็นตัวเลขได้ตรง ๆ โดยถามว่าค่างวดสิบงวดงวดละ 3,000 บาทมีมูลค่าเท่าไรในวันนี้ ถ้าเงินที่ยังไม่ได้จ่ายฝากไว้ได้ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
ตรวจซ้ำด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมากว่านั้นก็ได้ผลใกล้กัน คือไล่ดอกเบี้ยเงินฝากของยอดคงเหลือทีละเดือน เดือนแรกเงินอยู่ครบ 30,000 บาท เดือนที่สองเหลือ 27,000 บาท ไล่ไปจนหมด รวมดอกเบี้ยตลอดสิบเดือนได้ 206.25 บาท
สองร้อยบาทจากของสามหมื่นคือ 0.7% ซึ่งน้อยพอที่จะไม่ควรเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจ ประโยชน์จริงของการผ่อน 0% ที่ไม่มีส่วนลดเงินสดมาแลกคือสภาพคล่อง ไม่ใช่ผลตอบแทน การไม่ต้องควักสามหมื่นในเดือนเดียวมีค่าในตัวมันเองสำหรับคนที่เงินสำรองยังบาง และนั่นเป็นเหตุผลที่ดีพอโดยไม่ต้องอ้างดอกเบี้ย
ค่าธรรมเนียมที่ทำให้ 0% ไม่ใช่ 0%
บางโครงการเขียนว่าผ่อน 0% แต่มีค่าธรรมเนียมดำเนินการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดผ่อน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่เปลี่ยนชื่อเรียกเท่านั้น แปลงกลับได้ด้วยวิธีเดียวกัน สมมติว่าโครงการที่เจอเก็บ 3% ของยอด 30,000 บาท โดยไม่มีส่วนลดเงินสดมาเกี่ยวข้อง
| แผนผ่อน | จ่ายรวม | งวดละ | อัตราเทียบเท่า |
|---|---|---|---|
| 6 งวด | 30,900 | 5,150.00 | 10.21% |
| 10 งวด | 30,900 | 3,090.00 | 6.49% |
| 12 งวด | 30,900 | 2,575.00 | 5.49% |
| 24 งวด | 30,900 | 1,287.50 | 2.85% |
รูปแบบเดิมกลับมาอีกครั้ง ค่าธรรมเนียมก้อนเดียวกันแพงขึ้นเมื่อผ่อนสั้น และถ้าโครงการไหนมีทั้งค่าธรรมเนียมและร้านก็ลดราคาให้เมื่อจ่ายสดด้วย ต้นทุนสองก้อนนั้นบวกกัน ไม่ได้เลือกอันใดอันหนึ่ง
ที่บทความนี้ตอบไม่ได้
ตัวเลขทั้งหมดเริ่มจากคำถามเดียวที่บทความตอบแทนไม่ได้ คือ ร้านลดให้เท่าไรถ้าจ่ายสด ต้องถามเอง และคำตอบต่างกันมากตามประเภทสินค้า ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและร้านทองมักลดให้เพราะเลี่ยงค่าธรรมเนียมบัตรได้ ส่วนห้างใหญ่และร้านออนไลน์มักไม่ลด เพราะราคาถูกกำหนดมาจากส่วนกลางแล้ว ถ้าไม่ลดให้จริง ๆ ตารางทั้งหมดข้างบนก็ไม่มีผลกับดีลนั้น
บทความนี้คิดแบบชำระปลายงวดทั้งหมด คืองวดแรกจ่ายหนึ่งเดือนหลังซื้อตามรอบบัตรเครดิตปกติ ถ้าโครงการไหนเก็บงวดแรกวันซื้อเลย อัตราเทียบเท่าจริงจะสูงกว่าตารางเล็กน้อย
เรื่องที่ไม่ได้คำนวณแต่มีผลจริง คือวงเงินบัตรเครดิตถูกกันเต็มจำนวนตั้งแต่เดือนแรก ไม่ได้ทยอยคืนตามงวดที่จ่าย คนที่ใช้วงเงินอยู่แล้วอาจเจอปัญหาบัตรเต็มระหว่างทาง และเงื่อนไขเมื่อชำระไม่ตรงงวดต่างกันไปตามผู้ออกบัตร บางแห่งตัดสิทธิ์ออกจากโครงการ 0% แล้วคิดดอกเบี้ยยอดคงเหลือตามอัตราปกติ ต้องอ่านเงื่อนไขของโครงการนั้นเอง
สุดท้าย บทความนี้ไม่ได้บอกว่าควรผ่อนหรือควรจ่ายสด มันบอกแค่ว่าการผ่อนมีราคาเท่าไรเมื่อคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย การตัดสินใจยังขึ้นกับว่าเงินก้อนนั้นมีที่ไปอื่นที่ให้ผลดีกว่าไหม และการเก็บเงินสดไว้กับตัวมีค่าแค่ไหนในสถานการณ์ของแต่ละคน
ที่มา: เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16% ต่อปี และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ 25% ต่อปี อ้างตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย · อัตราเทียบเท่าทั้งหมดคำนวณจาก effectiveRate ใน public/assets/loan.js และราคาหลังหักส่วนลดจาก forward ใน public/assets/discount.js ซึ่งเป็นไฟล์เดียวกับที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ และ เครื่องคำนวณส่วนลด ใช้ · อัตราที่รายงานเป็นอัตราต่อปีแบบลดต้นลดดอก คิดจากอัตรารายเดือนคูณสิบสอง และคิดแบบชำระปลายงวด · มูลค่าปัจจุบันของค่างวดหาจากสูตรค่างวดของ loan.js เอง ที่อัตราเงินฝากสมมติ 1.5% ต่อปี · ตรวจล่าสุด 12 กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
ผ่อน 0% มีดอกเบี้ยแอบแฝงจริงไหม
ไม่มีดอกเบี้ยแอบแฝงในสัญญา แต่มีต้นทุนที่ไม่ได้เขียนบนป้าย คือส่วนลดเงินสดที่ต้องสละไปเพื่อแลกกับการผ่อน ถ้าร้านลดให้ 5% เมื่อจ่ายสด การเลือกผ่อน 0% แปลว่าจ่ายแพงกว่าราคาสด 5% เพื่อแลกกับการทยอยจ่าย ซึ่งคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกได้ตามปกติ ของ 30,000 บาท ลดสด 5% แล้วผ่อน 10 งวด คิดเป็น 11.32% ต่อปี ถ้าร้านไม่ลดให้เมื่อจ่ายสด การผ่อน 0% ก็ไม่มีต้นทุนจริง
จ่ายสดกับผ่อน 0% เลือกอะไรดี
ถามราคาสดก่อนเสมอแล้วค่อยตัดสิน ถ้าราคาสดกับราคาผ่อนเท่ากันเป๊ะ การผ่อน 0% ได้เปรียบเล็กน้อยเพราะเงินยังอยู่กับเรานานขึ้น ของ 30,000 บาทผ่อน 10 งวดโดยเอาเงินไปฝากที่ 1.5% ต่อปี ได้เปรียบราว 205 บาท ถ้าราคาสดถูกกว่า ต้องแปลงส่วนลดที่สละไปเป็นอัตราดอกเบี้ยก่อนแล้วเทียบกับทางเลือกอื่นที่มี
ทำไมผ่อนสั้นแล้วดอกเบี้ยเทียบเท่าถึงสูงกว่าผ่อนยาว
เพราะส่วนลดที่สละไปเป็นก้อนเดียวเท่าเดิมไม่ว่าจะผ่อนกี่งวด แต่ระยะเวลาที่ได้ถือเงินไว้สั้นลง ของ 30,000 บาทที่สละส่วนลด 5% เท่ากับจ่ายเพิ่ม 1,500 บาททั้งสองกรณี ถ้าผ่อน 24 งวดคิดเป็น 4.97% ต่อปี แต่ถ้าผ่อน 6 งวดคิดเป็น 17.83% ต่อปี เพราะจ่ายค่าเดียวกันแลกกับเวลาที่สั้นกว่าสี่เท่า
ผ่อน 0% แพงกว่ารูดบัตรเครดิตธรรมดาได้ไหม
ได้ และเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดเมื่อผ่อนสั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 16% ต่อปี ถ้าสละส่วนลดเงินสด 5% เพื่อผ่อน 6 งวด อัตราเทียบเท่าคือ 17.83% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเพดานนั้น จุดพลิกอยู่ที่ส่วนลดราว 4.6% สำหรับ 6 งวด 7.0% สำหรับ 10 งวด และ 8.2% สำหรับ 12 งวด
อัตราเทียบเท่าขึ้นกับราคาสินค้าไหม
ไม่ขึ้น ขึ้นกับเปอร์เซ็นต์ส่วนลดเงินสดกับจำนวนงวดเท่านั้น มือถือ 30,000 บาทกับโซฟา 300,000 บาทที่ลดสด 5% แล้วผ่อน 10 งวดเท่ากัน ได้อัตราเทียบเท่า 11.32% ต่อปีเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่จำนวนเงินที่สละไปซึ่งเป็น 1,500 บาทกับ 15,000 บาท